หน้าหลักนักลงทุนสัมพันธ์ /  ข้อมูลบริษัท /  ประวัติความเป็นมาของบริษัท

ประวัติความเป็นมาของบริษัท

2560
2557
2556
2555
2554
2553
2552
2551
2550
2549
2547

โดยในปี 2560 ที่ผ่านมา

  • เดือนมกราคม เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญาเพิ่มเติมกับ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCG Logistics Management - SCGL) ในโครงการการยื่นบัญชีสินค้าทางบกแบบอิเล็คทรอนิคส์ (Car Manifest) เพื่ออำนวยความ สะดวกและรวดเร็วในการจัดทำและยื่นบัญชีสินค้าทางบก ณ ด่านหรือพรมแดนระหว่างประเทศ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนา ระบบการยื่นบัญชีสินค้าทางบกแบบอิเล็คทรอนิคส์ ทำการเชื่อมต่อเข้ากับระบบการส่งข้อมูลใบขน (e-Declaration) รวม ทั้งให้บริการเกตเวย์ที่ SCGL ใช้ส่งและรับข้อมูลบัญชีสินค้าทางบกกับกรมศุลกากรไทยแบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น
  • เดือนกุมภาพันธ์ เน็ตเบย์ได้ทำการเปิดใช้ระบบอย่างเต็มรูปแบบสำหรับโครงการ Bright and Shine กับ บริษัท เอสซีจี โลจิสติกส์ แมเนจเม้นท์ จำกัด (SCG Logistics Management - SCGL) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของปูนซีเมนต์ไทย (Siam Cement Group-SCG) โดยโครงการนี้เป็นโครงการใหญ่ของ SCGL ในการปรับเปลี่ยนระบบ logistics ภายใน ของบริษัทในเครือ SCG ทั้งหมด โดยเริ่มตั้งแต่ระบบงานขาย จนถึงการขนส่งสินค้าไปถึงมือลูกค้า รวมทั้งการส่งข้อมูล ใบขน (e-Declaration) ไปยังกรมศุลกากรไทย เพื่อแสดงหลักฐาน สำแดงสินค้า ตลอดจนเสียภาษีสินค้าที่นำเข้าและ ส่งออกระหว่างประเทศ ตามกฎระเบียบของกรมศุลกากรไทยแบบอัตโนมัติทั้งระบบ โดยเน็ตเบย์เป็นผู้พัฒนาการเชื่อม ต่อระหว่างระบบการส่งข้อมูลใบขนเข้ากับระบบหลักของ SCG รวมทั้งเป็นผู้ให้บริการเกตเวย์ที่ SCGL ใช้ส่งและรับ ข้อมูลกับกรมศุลกากรไทย
  • เดือนมีนาคม เน็ตเบย์ได้ทำการพัฒนาระบบ e-Storage Charge ร่วมกับบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เพื่อ ให้บริการการชำระค่าคลังสินค้าแบบอิเล็คทรอนิคส์ แก่ลูกค้าที่นำเข้าสินค้าผ่านคลังสินค้าของการบินไทย
  • เดือนสิงหาคม เน็ตเบย์ได้เซ็นต์สัญญากับ บริษัท ดีเอชแอล เอ๊กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (DHL) ในโครงการ พัฒนาและเชื่อมต่อระบบ Cloud Drive Service กับระบบ Logistics หลักของ DHL เพื่อทำให้ลูกค้า และคู่ค้าของ DHL สามารถเข้ามาดู ตรวจสอบ ข้อมูลใบขนสินค้าในการนำเข้าและส่งออกย้อนหลังได้ พร้อมกันนี้ยังสามารถตรวจสอบและ พิมพ์ข้อมูลใบขนได้แบบ Real Time ซึ่งสามารถใช้งานได้แบบทุกที่ ทุกเวลา (anywhere, anytime and any devices)
  • เดือนตุลาคม เน็ตเบย์ได้มีการพัฒนาระบบ e-Express ให้กับ บริษัท ลาซาด้า เอ๊กซ์เพรส จำกัด (Lazada) ซึ่งเป็น ส่วนหนึ่งของลาซาด้ากรุ๊ป ห้างสรรพสินค้าช้อปปิ้งออนไลน์ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ดำเนินธุรกิจในประเทศ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ ไทย และเวียดนาม โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบการนำเข้า-ส่งออกสินค้าเร่ง ด่วน (e-Express) และสินค้าประเภท e-Commerce เป็นระบบนำส่งข้อมูลสินค้าแบบอิเล็กทรอนิกส์ โดยลดขั้นตอน และระยะเวลาการตรวจปล่อยสินค้า ให้บริการทั้งในด้านการนำส่งข้อมูล ยกเลิกข้อมูล และสร้างข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์จาก Lazada ไปยังกรมศุลกากรเพื่อรายงานบัญชีสินค้าในการนำเข้าและส่งออกในครั้งเดียว จากการนำเข้าข้อมูลเพียงไฟล์ เดียว รวมถึงรับรองการเชื่อมต่อข้อมูลไปยังระบบนำส่งใบขนสินค้า เพื่อให้การทำงานง่ายและคล่องตัวมากยิ่งขึ้น
  • เดือนพฤศจิกายน เน็ตเบย์ได้มีการพัฒนาระบบถ่ายลำ/ผ่านแดนแบบอิเล็คทรอนิกส์ (e-Transit / e-Transshipment) ที่ประกาศใช้โดยกรมศุลกากร ให้แก่ผู้ให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานทั่วประเทศไทย และผู้ประกอบการทางด้าน ถ่ายลำ/ผ่านแดน ซึ่งการถ่ายลำ (e-Transshipment) จะเป็นการปฏิบัติพิธีการศุลกากรเพื่อลำเลียงถ่ายของจากยานพาหนะ หนึ่ง ที่ขนส่งของเข้ามาไปยังอีกยานพาหนะหนึ่งที่ขนส่งของออกไปภายในท่าหรือที่แห่งเดียวกันภายใต้การควบคุมของ ศุลกากร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร การปฏิบัติพิธีการศุลกากรว่าด้วยการผ่าน แดน/ถ่ายลำโดยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ใบขนสินค้าถ่ายลำ/ผ่านแดน, ใบเคลื่อนย้ายสินค้าถ่ายลำ/ผ่านแดน, ใบขนขาเข้า พเิ ศษสำหรบั ตสู้ นิ คา้ ,ใบคำ รอ้ งขอลากตสูิ้นคา้ ภายใตก้ ารควบคุมของกรมศุลกากร และการผา่ นแดน (e-Transit) เปน็ การ ปฏิบัติพิธีการศุลกากรเพื่อขนส่งของผ่านราชอาณาจักร จากท่าหรือที่แห่งหนึ่งที่ขนส่งเข้ามาไปยังท่าหรือที่อีกแห่งหนึ่ง ที่ขนส่งออกไปภายใต้การควบคุมของศุลกากร โดยมีจุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดของการขนส่งอยู่นอกราชอาณาจักร
  • เดือนธันวาคม เน็ตเบย์ได้ทำการพัฒนาระบบการรายงานบัญชีสินค้าทางอากาศยาน (Air Manifest) ที่ประกาศ ใช้โดยกรมศุลกากร ให้แก่ผู้ให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง คือ บริษัท เอเชีย กราวด์ เซอร์วิส จำกัด (AGS) และ บริษัท เทคโนโลยี เอเชียแปซิฟิค จำกัด (TAP) โดยระบบดังกล่าวเป็นระบบการรายงานบัญชีรายชื่อสินค้า ทางอากาศล่วงหน้าให้กับกรมศุลกากรแบบอิเล็คทรอนิคส์

ประจำปี 2557

  • วันที่ 1 มกราคม 2557 บริษัทฯ ได้ซื้อกิจการบริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด และบริษัทฯ ได้ยกเลิกสัญญาค่าลิขสิทธิ์การใช้โปรแกรมใบขนซึ่งจ่ายให้แก่บริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด
  • วันที่ 1 เมษายน 2557 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 160 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับ (1) ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ 6 ล้านบาท และ (2) คุณพิชิต วิวัฒน์รุจิราพงศ์ เพื่อเป็นค่าตอบแทนในการซื้อกิจการ บริษัท ซอฟท์แวร์ลิ้งค์ จำกัด ในราคา 54 ล้านบาท
  • วันที่ 22 เมษายน 2557 บริษัทฯ ได้แปรสภาพเป็นบริษัทมหาชน และเพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 200 ล้านบาท เพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
  • เริ่มดำเนินโครงการพัฒนาระบบนำส่งข้อมูลการนำเข้าและส่งออกสินค้าทางทะเล (Sea e-Manifest) ในเดือนมิถุนายน 2557

ประจำปี 2556

  • วันที่ 4 ธันวาคม 2556 บริษัทฯ ได้เข้าลงทุนในหุ้นสามัญของ บริษัท เคลาด์ครีเอชั่น จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 99.99 ของทุนที่ชำระแล้ว มูลค่าที่ตราไว้เท่ากับ 100 บาทต่อหุ้น ในราคาหุ้นละ 100 บาท รวมเป็นเงิน 50 ล้านบาท
  • วันที่ 25 พฤศจิกายน 2556 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 90 ล้านบาท เป็น 100 ล้านบาท โดยการจัดสรรหุ้นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ

ประจำปี 2555

  • วันที่ 1 สิงหาคม 2555 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 50 ล้านบาทเป็น 90 ล้านบาท เพื่อใช้สำหรับการเข้าซื้อหุ้นสามัญของ บริษัท เคลาด์ครีเอชั่น จำกัด
  • บริษัทฯได้ผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติและคุณลักษณะของระบบการให้บริการและการทดสอบเสมือนจริง (POC : Proof of Concept) เพื่อดำเนินการในการพัฒนาและให้บริการเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (สำนักงาน ปปง.) บริษัทฯจึงสามารถเปิดให้บริการ CDD Gateway (Customer Due Diligence Gateway) ได้ในวันที่ 14 กันยายน 2555

ประจำปี 2554

บริษัทฯ ได้ผ่านการคัดเลือกและตรวจสอบเพื่อเป็นผู้ให้บริการ Electronic Transaction Reporting Gateway: ETR Gateway ซึ่งทำให้ธนาคารได้รับความสะดวกและลดค่าใช้จ่ายในการจัดทำรายงานในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์และนำส่งต่อสำนักงาน ปปง.

ประจำปี 2553

บริษัทฯ ได้เข้าร่วมคณะทํางานย่อยเพื่อประสานงานและติดตามการนําระบบการติดตามทางศุลกากร (Tracking System) หรือระบบ RFID ของกรมศุลกากร ซึ่งบริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการใหม่เพื่อสนับสนุนโครงการดังกล่าวแก่ผู้ประกอบการขนส่งทางรถยนต์

ประจำปี 2552

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2552 บริษัทฯ ได้ทำการเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 10 ล้านบาทเป็น 50 ล้านบาท ทั้งนี้เพื่อให้มีคุณสมบัติในการให้บริการสวิตช์ชิ่งในการชำระเงินระบบเดียวครบถ้วนตามข้อกำหนดของธนาคารแห่งประเทศไทย

ประจำปี 2551

  • บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์และการให้บริการใหม่เพิ่มเติม คือระบบบัญชีสินค้าทางเรือ (Sea Manifest) โดยมีสายเรือหรือตัวแทนสายเรือเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของบริการนี้
  • บริษัทฯ ได้พัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่และการให้บริการที่เรียกว่า e-Express ให้แก่ผู้ประกอบการของเร่งด่วน (Express Courier) รวมถึงผู้ประกอบการของเร่งด่วนชั้นนำของโลกทั้ง 4 ราย

ประจำปี 2550

  • บริษัทฯ เป็นผู้ให้บริการรายเดียวในการให้บริการรายงานบัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน (Air Cargo Manifest) ในระบบ e-Customs Paperless สำหรับผู้ประกอบการคลังสินค้า (Terminal Operator: TMO) ทุกรายที่ประกอบการที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และต่อมาได้ขยายการให้บริการไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอื่นๆทั่วประเทศ
  • บริษัทฯ ได้เปิดบริการ Customs e-Payment Gateway เพื่อให้บริการรับส่งข้อมูลการรับชำระเงินระหว่างกรมศุลกากรและธนาคารต่างๆ
  • บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากผู้ประกอบการของเร่งด่วน (Express Courier) ชั้นนำของโลกทั้ง 4 ราย อันได้แก่ DHL, FedEx, TNT และ UPS ในการสร้างและรับ-ส่งเอกสารศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร e-Customs Paperless กับกรมศุลกากร

ประจำปี 2549

  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมในโครงการนำร่องการผ่านพิธีการศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์แบบไร้เอกสาร (e-Customs Paperless) และ สามารถเปิดการให้บริการ e-Customs Paperless อย่างเต็มรูปแบบ
  • บริษัทฯ ได้เข้าร่วมโครงการนำร่องพิธีการศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ว่าด้วยกระบวนการทางศุลกากรเกี่ยวกับของเร่งด่วน (e-Express Consignment)
  • บริษัทฯ ได้พัฒนาระบบสำหรับผู้ประกอบการคลังสินค้า (Terminal Operator: TMO) ซึ่งเป็นตัวแทนของสายการบินต่างๆ เพื่อบริหารข้อมูลรายงานอากาศยานเข้าออก บัญชีสินค้าสำหรับอากาศยาน (Air Cargo Manifest) ในระบบ EDI

ประจำปี 2547

วันที่ 19 พฤศจิกายน 2547 บริษัท เน็ตเบย์ จำกัด จดทะเบียนจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบธุรกิจพัฒนาผลิตภัณฑ์สำหรับการดำเนินธุรกรรมออนไลน์ (e-Business) และให้บริการเครือข่ายระหว่างภาคธุรกิจและภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับธุรกรรมออนไลน์ ด้วยทุนจดทะเบียน 10 ล้านบาท